อะไรบางอย่างค่อยๆ ปลุกฉันให้ลืมตาขึ้น มือเท้าถูกมัด ขยับไม่ได้
"ไหนลองขยับมือซิ" ฉันคิด ยังขยับได้อยู่ นิดหน่อย แต่มันติด ค่อยๆกลิ้ง ซ้ายที ขวาที "ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรตรงไหน" "แต่ทำไมมันเคลื่อนไหวไม่ได้สะดวก" ใครจับฉันมัดแบบนี้ ตอนนี้เวลาอะไร มืดเหลือเกิน
จำได้ว่าฉันอยู่ที่บ้าน ล้มตัวลงนอนเพราะความง่วงงุนเต็มที่ไปตอนเกือบเที่ยง สาเหตุเพราะเมื่อคืนทำงานจนเกือบสว่าง ตีสาม เป็นเวลาไม่ควรเลยที่จะพยายามนอนหลับ กว่าจะหลับได้ก็ไม่รู้ว่าใช้เวลาไปเท่าไหร่
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดๆ เสียงนาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือ ดังลั่น เรียกฉันออกจากภวังค์แห่งการนอนหลับ ที่เพิ่งจะล้มตัวลงนอนไปไม่กี่ ชม. ให้ลุกขึ้นมาทำกับข้าวใส่บาตร ทำไปก็คิดไป ช่วงนี้งานน้อย เดี๋ยวจ่ายตลาดเสร็จ จะกลับมานอนให้หนำใจ อ่านตัวเลขที่หม้อหุงข้าวแบบตั้งเวลา ... 5.30 น. เฮ้อ ง่วงชะมัด แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่
โอยอึดอัด หายใจไม่ออก จะตายไหม ความคิดแว่บนึงเข้ามาในหัว รึเราถูกปล้น แม่กับป้าล่ะ อยู่ไหน ทำไงดี มองอะไรไม่เห็นเลย ขยับอีกสิ ลองกลิ้งดู เผื่อจะชนอะไรบ้าง จะได้รู้ว่าเราอยู่ไหน...
แม่จ๋า ถูกทำร้ายรึเปล่า นี่มันกลางวันแสกๆไม่ใช่เหรอ เพื่อนบ้านล่ะ ไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรเลยรึไง กลัว.. ความรู้สึกนี้ ช่างน่าขนลุกเสียจริง หายใจไม่ได้ ต้อง อ้าปาก กลืออากาศเข้าไป ถ้าเผลอ หลับอีก คงตายแน่!! ความรู้สึกตื่นตระหนก ค่อยๆวิ่งคืบคลานเข้ามาทุกรูขุมขนตั้งชัน อากาศหนาวเหลือเกิน พยายามหายใจอีก คอแห้งผาก เพราะสูดอากาศทางปาก เข้าไปมาก ทำอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยที
เกิดมาฉันไม่เคยทำร้ายใคร!! ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ น้ำตารื้นขึ้นมา ถ้าเกิดอะไรร้ายๆขึ้นกับคนในบ้าน เราจะอยู่กันอย่างไร เคยอยู่กันสุขสบายเงียบๆ ไม่ค่อยได้สุงสิงกับใครมากนัก บ้านเรากว้างขวางก็จริง แต่ไม่มีรั้ว มีแต่คลองขุดรอบบ้าน กับต้นไม้รกๆขึ้นเป็นแนวรั้วธรรมชาติ ทั้งนก ปลา เต่า และสัตว์เล็กน้อยทั้งหลายก็มาอาศัย บ้านที่ตั้งอยู่โดดเด่น ท่ามกลางบ้านเล็กๆอีกรอบๆ เพราะความสันโดดเลยเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้ร้ายเป็นแน่ จะเอาอะไรล่ะ เงินทองทรัพย์สินก็ไม่ได้มีหรูหรา ฟุ่มเฟือยเหมือนคนอื่นเขา จะมีก็แค่ คอมพิวเตอร์ตัวนึงที่ใช้อยู่เป็นประจำ รักยิ่งกว่าชีวิต ก็ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน รึเรื่องส่วนตัว..
หายใจเข้า อ่า...จมูกโล่งข้างนึงแล้ว อย่างน้อยก็มีเรื่องโชคดีขึ้นมาอย่างนึงล่ะ หุบปากได้ซะที เผื่อมีคนได้ยินเสียงหายใจเข้า เราจะลำบาก สุดอากาศด้วยจมูกข้างเดียวมันก็ดังฟืดฟาดอยู่ดี เพราะอากาศมันเข้าไม่เต็มปอดอย่างเคย เหมือนสติจะเลือนลางเพราะอากาศเข้ายากเย็น กว่าคาร์บอนมอน๊อกไซด์ที่หายใจออกไป อึดอัดเหลือเกิน
ออกแรงอีกนิดอย่างช้าๆ กลิ้งๆคลุกคลั่กอยู่ในความมืด อยู่ๆ ก็หล่นพรวด ลงมาระดับนึง ..พลั่ก เสียงดังอยู่ในโสตประสาท ดังลั่น หลับตาแน่น กลัว..ก็กลัว ว่าคนที่ได้ยินจะเป็น ผู้ร้าย มากกว่าคนในบ้าน โอยเจ็บ! สีข้างกระแทกกับอะไรบางอย่างอย่างแรง น้ำตารื้นขึ้นมาอีก ต้องเอาตัวรอดจากเหตุการนี้ให้ได้ ลืมตาสิ สู้ๆสิจะแพ้ได้ไง เรายังไม่ตาย
แสงสว่างกระทบสายตาอย่างรวดเร็ว สว่างจ้าจนตั้งตัวไม่ติด มองไปรอบๆ มือเท้า ก็ไม่ได้ถูกมัด ขยับได้ตามปกติ พัดลมเปิดจ่อมาอย่างแรงจน แขนเย็นไปหมด มิน่าหนาวเหลือเกิน แต่หายใจไม่ออก ต้องอ้าปากหายใจอีกแล้ว สลึมสลือ พยายามลืมตาขึ้น
"อ้าว! นั่นนอนตกลงมาได้ยังไง" เสียงแม่พูด พร้อมกลั้นหัวเราะเต็มที่ จนในที่สุดก็ปล่อย ก๊าก ออกมาอย่าง ขำสุดๆ เวงละสิตู นอนตกเตียงแถมยังฝันเป็นตุเป็นตะอีก โทษไอ้พัดลมที่จ่ออยู่นี่แล้วกัน ยิ่งแพ้อากาศอยู่ ใครนะ หวังดี เปิดจ่อซะไซนัสรับประทาน หายใจไม่ออกเลย - -'